แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ยาเม็ดคุมกำเนิด รับประทานอย่างไร


ยาเม็ดคุมกำเนิด รับประทานอย่างไร โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล


ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่คุณผู้หญิงนิยมใช้กัน เนื่องจากสะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง การใช้ยาอาจจะยุ่งยากสำหรับน้องสาวมือใหม่ มาลองฟังข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับยาเม็ดคุมกำเนิด เพื่อการใช้ที่ถูกต้อง

ก่อนเริ่มใช้ควรทำอย่างไร

· แนะนำให้ไปหาแพทย์เสียก่อนเพื่อตรวจสุขภาพว่า ตัวคุณเองไม่เป็นโรคที่ห้ามใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด หรือมีปัจจัยเสี่ยงกับสุขภาพหากใช้ยาคุม เช่นระดับไขมันในเลือดสูงอยู่แล้ว

· ต้องมั่นใจว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ เพราะยาเม็ดฮอร์โมนเมื่อทานเข้าไป มีผลอันตรายต่อทารกได้

วิธีเริ่มต้นทานยาแผงและแผงต่อไป

สำหรับแผงแรก

· สำหรับยาเม็ดแบบ 21 เม็ด เมื่อได้ยาแผงแรกมา พอประจำเดือนมาวันแรกให้นับเป็นวันที่ 1 เม็ดแรกของแผงให้เริ่มกินภายใน 5 วันของรอบเดือน

· สำหรับยาเม็ด 28 เม็ด จะเริ่มทานเม็ดแรกในวันแรกที่มีประจำเดือนเลย

· หากในแผงยามีคำว่า เริ่มต้น หรือ START ให้เริ่มกินเม็ดนั้นก่อน หรือเม็ดที่อยู่ในบริเวณเริ่มต้น และกินไปตามลูกศรที่ชี้ไว้

· หากเป็นยาเม็ดชนิดที่เริ่มทานเม็ดไหนก็ได้ เพื่อให้จำง่ายควรเลือกเม็ดยาตรงกับวันที่กิน เช่น เริ่มกินวันจันทร์ก็เลือกเม็ดยาที่ตรงกับวันจันทร์ หรือมีอักษร "จ" หรือ "MON" กำกับ

สำหรับแผงต่อไป

· ยาชนิด 21 เม็ด เมื่อหมดแผงแรกแล้ว ให้หยุดยา (ปกติหมดเม็ดที่ 21 แล้ว อีก 2-3 วันรอบเดือนก็จะมา) รอจนประจำเดือนมาแล้วจึงเริ่มแผงใหม่ในวันที่ 5 ได้เลย โดยนับวันที่เริ่มมีประจำเดือนมาเป็นวันที่ 1 เช่นเดิม หรือเว้นไม่กิน 7 วัน เมื่อครบ 7 วันที่ไม่กินแล้ว วันที่ 8 ให้เริ่มแผงใหม่ทันที ไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา

· ชนิด 28 เม็ด เมื่อหมดแผงแรกไม่ต้องหยุดทาน เริ่มต้นแผงใหม่ในวันรุ่งขึ้นได้เลย ไม่ต้องรอรอบเดือน ไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา รอบเดือนจะหยุดหรือไม่หยุดก็ตาม

ต้องทานติดต่อกันทุกวัน

· ต้องทานทุกวัน วันละ 1 เม็ด ควรเป็นเวลาเดียวกัน เพื่อให้ได้รับปริมาณความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดสูงเพียงพอและสม่ำเสมอในการออกฤทธิ์

เมื่อลืมทานยา

· นึกได้เวลาใด ให้ไปหยิบเม็ดที่ลืมมาทานทันที (เท่ากับทานเม็ดนั้นช้าไปหน่อย) ห้ามผลัดวันอีกต่อไป แล้วทานเม็ดถัดมาตามเวลาที่เคยทานอยู่ประจำ แต่ถ้านึกได้ในเวลาที่ต้องทานอีกเม็ด ก็ทานสองเม็ดควบเลย

· ถ้าลืมทาน 2 เม็ด ให้ทาน 2 เม็ดทันทีที่ลืม แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นทานอีก1เม็ด เย็นนั้นทาน 1 เม็ด เช้าวันรุ่งขึ้นทานอีกเม็ด (เพิ่มตอนเช้า สองเช้า เช้าละเม็ด) กรณีเช่นนี้อาจทำให้รอบเดือนมากระปริบกระปรอยได้ และถ้าลืมในช่วง 1 – 7 เม็ดแรก โอกาสพลาดอาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากปริมาณยาสูงๆต่ำๆไม่เพียงพอในการออกฤทธิ์ จึงต้องใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นช่วยด้วย เช่นใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย แต่ถ้าลืมในช่วงท้ายๆหรือจะหมดแผงก็ไม่ค่อยมีผลมากเท่าไหร่

· ถ้าลืมทาน 3 เม็ด ก็หยุดยาเลยครับ รอให้รอบเดือนมาใหม่ กลับไปใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นๆ แล้วเริ่มต้นแผงใหม่ภายใน 5 วัน นับจากวันแรกที่มีประจำเดือน

· ถ้าทานยาแล้วอาเจียน ถ้าอาเจียนหลัง 2 ชั่วโมงไปแล้วก็ไม่มีผลอะไร แต่ถ้าอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมง ก็ต้องทานซ้ำอีกเม็ดทันที ถ้าเป็นยาคุมแบบที่มีฮอร์โมนเท่ากันทุกเม็ด จะทานเม็ดไหนก็ได้ แต่ถ้าเป็นแบบ triphasic คือ แต่ละเม็ดมีฮอร์โมนไม่เท่ากัน ก็ต้องซื้ออีกแผงมาเสริมเม็ดที่อาเจียนออกไป ทานตรงเม็ดที่อาเจียนออกไปนั่นแหละครับ

· หากมีอาการท้องเดินหลายวัน การดูดซึมของยาจะไม่ดี ควรใช้การป้องกันวิธีอื่นช่วยด้วย (กรณีเช่นนี้อาจมีเลือดออกกระปริบกระปรอยได้)

ทานไปแล้ว มีผลข้างเคียง

· ที่พบบ่อยได้แก่ คลื่นไส้ มีเลือดออกระหว่างรอบเดือน ปวดศีรษะ วิงเวียน ซึมเศร้า มีสิวฝ้า คัดเต้านมและเจ็บ น้ำหนักเพิ่ม มีประจำเดือนน้อยลง อาการข้างเคียงเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะ 2-3 เดือนแรกของการใช้ยาเนื่องจากระบบฮอร์โมนของคุณกำลังปรับตัวอยู่ ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ไม่จำเป็นต้องหยุดยา แต่หากมีอาการรุนแรงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทันที

ระหว่างนี้กำลังทานยาอื่นประจำอยู่

· ยาเม็ดคุมกำเนิดอาจเกิดปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาทำให้ยาที่ทานอยู่ประจำ หรือทานควบคู่กันอยู่มีประสิทธ์ภาพเปลี่ยนไป

· ยาปฏิชีวนะ ยาป้องกันการชักบางชนิด ยาลดน้ำตาลในเลือด (ยาเบาหวาน) อาจลดประสิทธิภาพลง หากต้องใช้ยาเหล่านี้ร่วมกันควรปรึกษาเภสัชกรใจดีที่ร้านยาหรือที่โรงพยาบาลได้เลยครับ

แหล่งข้อมูล

Oral Contraceptives, www.oralcontraceptives.com

Birth Control, Medline Plus

Oral Contraceptives, Medline Plus

ภญ.พูลสุข จันทร์วัฒนเดชากุล, สิ่งสำคัญที่ควรรู้เมื่อคุณใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด, เดลินิวส์ 6 มิถุนายน 2542

ยาคุม คุมอย่างไรให้ปลอดภัย นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.168 July 2007

นพ. รุ่งโรจน์ ตรีนิติ ห้องสมุด E-LIB, ยาเม็ดคุมกำเนิด

นพ.วีระ สุรเศรณีวงศ์, มากมายคำถามกับยาคุม, แม่และเด็ก ฉบับที่ 341 กรกฎาคม 2543

การรับประทานยาคุมกำเนิด ที่ถูกต้อง


โดย พล.ต.รศ.นพ.นพ.ธีรศักดิ์ ธำรงธีระกุล และทีมแพทย์ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและ ผ่าตัดทางนรีเวช

ยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน เป็นยาเม็ดที่ป้องกันการตั้งครรภ์โดยมีฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ของรังไข่ ในยา 1 เม็ดจะประกอบด้วยสารเคมีสังเคราะห์ 2 อย่างที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนพื้นฐานของรังไข่ และฮอร์โมน


โปรเจสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนซึ่งเป็นฮอร์โมนของรังไข่ช่วงหลังไข่ตก การให้ยาที่มีฤทธิ์ 2 อย่างนี้เข้าไปในร่างกาย ยาจะไปยับยั้งฮอร์โมนของสมองและต่อมใต้สมองไม่ให้มากระตุ้นรังไข่ จึงทำให้ไม่มีการตกไข่ ในขณะเดียวกันยาทั้ง 2 ตัวนี้ก็จะทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียว เชื้ออสุจิจึงผ่านเข้าไปถึงในมดลูกและท่อนำไข่ได้ลำบาก และเมื่อให้ไปหลายๆ เดือนก็จะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางตัวไม่พร้อมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน สรุปก็คือยามีฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์ได้หลายด่าน

ฤทธิ์ของยาจะออกผลป้องกันการตกไข่ได้เต็มที่ภายใน 7 วันนับตั้งแต่เริ่มรับประทานยาในแต่ละรอบ ดังนั้นเมื่อรอบการตกไข่ปกติจะประมาณวันที่ 14-15 +2 วัน นับจากประจำเดือนมาวันแรก ดังนั้นจึงควรเริ่มรับประทานยาภายใน 5 วันนับจากมีประจำเดือนวันแรกจึงจะมั่นใจในประสิทธิภาพการคุมกำเนิดของยา ถ้าเริ่มรับประทานเลยวันที่ 7 ของรอบประจำเดือน เราก็จะไม่มั่นใจการออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ได้ทันหรือไม่ ในกรณีนี้จึงควรคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมไปด้วยจนกว่าจะรับประทานยาครบ 7 วันแล้ว

วิธีรับประทาน

ให้เริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดหลังจากเริ่มมีประจำเดือนไม่เกินวันที่ 5 ยิ่งเริ่มเร็วยาออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ก็ยิ่งเร็วขึ้น แพทย์มักแนะนำให้เริ่มรับประทานยาเม็ดแรกภายในวันที่ 2-5 ของรอบประจำเดือน (ไม่แนะนำเริ่มในวันแรก เพราะวันแรกที่เลือดออกไม่แน่ใจว่าจะเป็นเลือดประจำเดือนจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นวันที่ 2-3 ก็มั่นใจ) โดยรับประทานยาวันละ 1 เม็ด เวลาใดก็ได้เป็นประจำ และควรเป็นเวลาที่ใกล้เคียงกันในแต่ละวันเพื่อให้ความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดสม่ำเสมอ

แพทย์มักแนะนำให้รับประทานก่อนนอน เพราะตอนนอนจะไม่มีอะไรอยู่ในความครุ่นคิดแล้ว และคนเรามักจะนอนในบ้านตนเองจึงไม่ค่อยลืม ไม่ต้องคอยพกยาเพราะยาจะอยู่ในบ้านอยู่แล้ว อีกประการหนึ่งคนที่เริ่มรับประทานยาใหม่ๆ อาจมีผลข้างเคียงประเภทคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะได้ อาการดังกล่าวจะได้เป็นตอนที่นอนหลับแล้วทำให้ไม่เป็นผลต่อการดำเนินชีวิต (บางคนเป็นมากก็อาจจะเป็นทั้งวันซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคนไป)

ในกรณีที่รับประทานยาอยู่แล้วเกิดลืม ให้รีบรับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ เช่น ถ้าลืมรับประทานยาตอนก่อนนอนนึกขึ้นได้ ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นให้รีบรับประทานยาทันที แล้วกลางคืนก็ให้รับประทานยาเม็ดต่อไป ถ้านึกขึ้นได้ตอนกลางคืนก็ให้รับประทานควบกันไปเป็น 2 เม็ด

ถ้าลืมรับประทาน 2 วันก็ให้รับประทานควบกันเป็น 3 เม็ด หรือคืนละ 2 เม็ด 2 คืนติดกันแล้วคืนต่อไปก็รับประทานยาตามปกติ แต่ช่วง 4-5 วันหลังจากที่ลืมนี้ให้คุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น ใช้ถุงยางอนามัย เพื่อความมั่นใจประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดของยา แต่ถ้าลืมเกิน 3 วัน ผลของยาคุมกำเนิดจะไม่ดี และมักจะทำให้รอบเดือนมาไม่ปกติ จึงแนะนำว่าให้รับประทานวันละ 2 เม็ด ควรชดเชยไปจนครบที่ลืม อาจจะแบ่งรับประทานเช้า 1 เม็ด และ ก่อนนอน 1 เม็ด หรือก่อนนอน 2 เม็ด และในรอบนั้น ให้คุมกำเนิดวิธีอื่นควบคู่ไปด้วย

บางคนเมื่อลืมรับประทานเกิน 3 วัน จะมีเลือดออกด้วย แนะนำให้รับประทานยาต่อไปจนหมดแผงในกรณีที่ยาเหลือไม่กี่เม็ดแล้วก็เริ่มแผงใหม่ตามปกติ แต่ถ้าเป็นกลางแผงแนะนำให้หยุดยา 7 วัน และเริ่มแผงใหม่ระหว่างที่หยุดยาและรับประทานยาแผงใหม่ยังไม่ครบ 7 วันให้คุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วย



ปกติแล้วยาคุมกำเนิดจะอยู่ในรูปแบบที่เป็นแผง มี 2 ชนิด คือ แผงละ 21 เม็ด และแผงละ 28 เม็ด ทั้ง 2 ชนิดจะมีตัวยาที่เหมือนกัน 21 เม็ด แต่ชนิดที่เป็นแผง 28 เม็ดจะเป็นยาหลอกหรือวิตามินเพิ่มอีก 7 เม็ด บนแผงแต่ละเม็ดจะมีตัวอักษร วันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ กำกับอยู่ การเริ่มรับประทานก็ให้เริ่มตรงเม็ดที่ตรงกับวันของสัปดาห์วันนั้นที่ตรงต้นๆ แผง แล้วรับประทานเรียงกันไปในแต่ละวัน

สำหรับชนิดที่เป็นแบบแผงละ 21 เม็ดก็เริ่มรับประทานเรียงกันไปจนครบ 21 วัน ก็เว้นอีก 7 วัน พอวันที่ 8 ก็เริ่มรับประทานใหม่ วิธีสังเกต คือ ถ้าเราเริ่มรับประทานแผงแรกที่วันไหน เช่น เริ่มต้นที่วันพุธ แผงต่อไปก็จะเริ่มที่วันพุธเหมือนกัน ระหว่างช่วงที่เว้นรับประทานยา 7 วันนั้นจะมีประจำเดือนมา (มักจะเริ่มมาหลังจากหยุดยาแล้ว 3-4 วัน)

ถ้าเริ่มรับประทานแบบแผงละ 28 เม็ด ก็ไม่จำเป็นต้องหยุดยา 7 วันเหมือนแบบชนิดแผงละ 21 เม็ด เมื่อรับประทานไปจนถึงส่วนที่เป็นยาหลอก 7 เม็ด จะมีประจำเดือนมาก็ให้รับประทานยาไปเรื่อยๆจนครบแผง แล้วก็เริ่มแผงใหม่ในวันต่อมาเลย

ยาทั้ง 2 ชนิดจะให้ประสิทธิภาพเท่ากัน เพียงแต่ชนิดแผงละ 28 เม็ดต้องรับประทานทุกวันเพื่อจะไม่ลืมรับประทานแผงใหม่หลังจากเว้นแผงเก่า ในระหว่างรับประทานยาคุมกำเนิดประจำเดือนจะมาสม่ำเสมอและมาน้อยลง คนที่เคยมีอาการปวดประจำเดือนอาจจะทุเลาลง หรือหายปวดได้ ถ้ารับประทานยาคุมกำเนิดอย่างถูกต้องจะสามารถคุมกำเนิดได้เกือบ 100% มีโอกาสผิดพลาดตั้งครรภ์ได้ 0.4% ต่อปี เมื่อรับประทานยาตามที่แนะนำมาดังกล่าวแล้วจะมีเพศสัมพันธ์กันวันไหนก็เรียกได้ว่าไม่มีโอกาสตั้งครรภ์

ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด

ผลค้างเคียงของยาคุมกำเนิดที่พบบ่อย คือ อาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ไม่สบายเนื้อสบายตัว บวม น้ำหนักขึ้น เจ็บหน้าอก (อาการอื่นๆ ปลีกย่อยให้ดูในเอกสารกำกับยา) มักจะเป็นในระยะแรกๆ ของการเริ่มรับประทานยา (3 แผงแรก)
ถ้าทนได้หลังจากนั้นก็จะคุ้นเคยกับยามากขึ้นไม่มีอาการอะไร


ผลเสียของยาคุมกำเนิด

- อาจทำให้มีความผิดปกติของไขมันในเลือด

- การแข็งตัวของเลือดง่ายกว่าปกติ ไม่ดีสำหรับคนที่มีประวัติเคยมีเส้นเลือดดำอุดตัน

- คนที่เป็นเนื้องอกมดลูก เนื้องอกเต้านม จะให้เป็นมากขึ้น

- ยานี้จะถูกทำลายที่ตับ ถ้ามีโรคตับอยู่จะทำให้ตับอักเสบขึ้นได้

คนที่ไม่ควรรับประทานยาคุมกำเนิด

1. มีไขมันในเลือดสูง มีความดันโลหิตสูง

2. มีประวัติเส้นเลือดอุดตันในเส้นเลือดดำ

3. มีก้อนที่เต้านมไม่ทราบสาเหตุ เป็นมะเร็งเต้านม

4. เนื้องอกมดลูก

5. เป็นโรคตับ ตับทำงานไม่ดี

6. อายุมากเกิน 45 ปีขึ้นไป


ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน

ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน จะมีส่วนประกอบคล้ายกับยาคุมกำเนิด แต่จะมีปริมาณสารเคมีที่มากกว่ายาคุมกำเนิดแบบธรรมดา ให้รับประทานก่อนหรือหลังมีการร่วมเพศไม่เกิน 12 ชั่วโมง จำนวน 2 ครั้งโดยและครั้งให้ห่างกัน 12 ชั่วโมง อาจจะช่วยให้ไม่ให้ตั้งครรภ์ได้ แต่ป้องกันไม่ได้ 100% และทำให้เลือดออกผิดปกติ เกิดความสับสนขึ้นได้ว่าเลือดที่ออกเป็นเลือดที่เกิดจากอะไร ควรรับประทานยาคุมกำเนิดแบบธรรมดามากกว่า